ฤาษี หน้าเสือ หน้าลิง หน้าเนื้อ

ตำนานพระฤษีหน้าเสือและพระฤษีหน้ากวาง

ตำนานพระฤษีหน้าเสือและพระฤษีหน้ากวาง

พระฤษีหน้าเสือและพระฤษีหน้ากวางทั้งสองตนนี้มีที่มาแห่งเดียวกัน ในครั้งอดีต สมัยที่ทั้งสองยังไม่ได้ครองเพศฤษีก็ได้เป็นเพื่อนร่วมสาบานกันและอยู่ในสำนักอาจารย์เดียวกัน คืออาศรมของพระฤาษีวสิษฐ์ เมื่อเวลาผ่านไปทั้งสองมีตะบะบารมีแก่กล้าขึ้น ก็ต่างพากันแยกย้ายกันออกจากอาศรมของอาจารย์ เพื่อแสวงหาที่สงัดและปฏิบัติฌาณบารมี ตามวิถีของฤษีต่อไป

ตำนานพระฤษีหน้าเสือและพระฤษีหน้ากวาง

ทดลองวิชา

พระฤษีกาลสิทธิ์อยู่ด้านทิศใต้ ส่วนพระฤษีปะตาภาหรืออีกนามหนึ่งคือพระฤษีปิตน อยู่ทางทิศใต้ ต่างคนก็ต่างปฏิบัติและนานๆครั้งก็จะไปมาหาสู่เพื่อเยี่ยมเยือนกันและกัน แต่ก็มิได้บ่อยนัก หลังจากที่ได้เร่งปฏิบัติอย่างเต็มความเพียร พระฤษีทั้งสองก็บารมีมากขึ้น มีอิทธิฤทธิและอาคมแข้มแข็ง สามารถแปลงกายเป็นอะไรก็ได้

อยู่มาวันหนึ่งพระฤษีกาลสิทธิ์หวนนึกถึงเพื่อนรักคือพระฤษีปะตาภา จึงเดินทางไปหายังอาศรม แต่อีกนัยหนึ่งก็หมายที่จะใคร่ลองวิชาที่ได้ผ่านการฝึกฝนมาอย่างช่ำชอง เมื่อพระฤษีทั้งสองได้พบปะกันก็นั่งคุยกันถึงเรื่องราวต่างๆ และแน่นอนก็ไม่ลืมที่จะพูดคุยกันถึงวิชาอาคมของตนเอง ต่างคนก็ต่างโอ้อวดกันว่าวิชาของตนเองนั้นดีกว่าเด่นกว่า เมื่อเป็นเช่นนั้นทั้งสองตนจึงตกลงปลงใจว่าจะทำการทดลองวิชากัน

พระฤษีปะตาภา ได้ตักน้ำมาขันหนึ่งแล้วบริกรรมคาถา เพื่อเป็นน้ำมนต์เพื่อแก้อาคมให้เป็นเหมือนเดิมหลังจากที่ได้ทดลองวิชากัน จากนั้นก็นำขันน้ำมนต์ไปฝากไว้กับพระฤษีกาลสิทธิ์ ซึ่งฝ่ายพระฤษีกาลสิทธิ์ก็ได้ทำเช่นเดียวกัน โดยต่างฝ่ายก็ต่างไว้ใจซึ่งกันและกัน

และแล้วพระฤษีกาลสิทธ์ก็ใช้มนต์คาถาแปลงกายให้ส่วนหัวกลายเป็นหน้าเสือโคล่งเหลืองอร่าม สวยงามยิ่งนัก ฝ่ายพระฤษีปะตาภาก็ไม่น้อยหน้า แสดงอิทธิฤทธิ์กลายร่างจนส่วนหัวมีรูปเป็นหน้ากวางงามสง่าเช่นกัน แล้วต่างฝ่ายก็ต่างพอใจ่ที่มีวิชาอาคมเสมอกัน

ฤษีหน้าเสือ

เหตุการณ์ไม่คาดคิดเมื่อมีฤษีอีกตนหนึ่งชื่อพระฤษีอุตริ คอยซุ่มแอบดูความเป็นไปทั้งหมดอยู่ใกล้ๆ จากนั้นก็เดินเข้าไปและกล่าวยกย่องพระฤษีทั้งสองว่ามีความเก่งกล้าในด้านวิชาบารมี แล้วจึงจับกลุ่มนั่งคุยกันฉันท์มิตร

ในระหว่างที่กำลังสนทนากันอยู่นั้น พระฤษีอุตริก็มีความคิดว่า พระฤษีกาลสิทธิ์นี้มีหน้าเป็นเสือดูแล้วก็สวยและแปลกดีจึงอยากให้เป็นอย่างนี้ตลอดไป ส่วนพระฤษีปะตาภาก็เช่นกันมีหน้าเป็นกวางดูสง่างามดี ไม่เคยพบเคยเห็น ถ้าให้เป็นอยู่อย่างนี้ต่อไปก็คงจะดี พระฤษีอุตริจึงหลอกคุยกับพระฤษีทั้งสองจนเพลิดเพลินและลืมไปว่าจะต้องทำให้กลับร่างเดิม

เมื่อพระฤษีทั้งสองเผลอ ฝ่ายพระฤาษีอุตริก็ได้แอบเข้าไปแย่งชิงขันน้ำมนต์ทั้งสองขัน และสาดน้ำมนต์ออกจนหมด เมื่อพระฤษีปะตาภาและพระฤษีกาลสิทธิเห็นเข้าก็ไม่ทันกาลเสียแล้ว นั่นหมายความว่าพระฤษีทั้งสองจะกลับร่างเดิมไม่ได้อีกต่อไป

ด้วยความโกรธอย่างถึงที่สุด พระฤษีทั้งสองจึงสำแดงฤทธิ์ ใช้วิชาอาคมสาปพระฤษีอุตริให้เป็นพระฤษีหน้าลิงไปในกาลบัดนั้น

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จึงมีหน้าตาของฤษีที่แปลกประหลาดเพิ่มขึ้นมาอีกสามตน ก็คือพระฤษีหน้าเสือ พระฤษีหน้ากวาง และพระฤษีหน้าลิง

ต่อมาภายหลังพระฤษีทั้งสามตนก็ต่างอโหสิซึ่งกันและกัน ต่างฝ่ายก็ต่างมุ่งบำเพ็ญตนอยู่ในอาศรมของตนเองภายในป่าเดียวกัน

ตำนานพระฤษีหน้าเสือและพระฤษีหน้ากวาง