ฤาษีพรหมบุตร

ตำนานพระฤษีพรหมบุตร

หลังจากสงครามการสู้รบของเหล่าฤาษีได้สิ้นสุดลง ด้วยพระอิศวรและพระนารายณ์เป็นผู้ยุติศึก ผลหลังจากนั้นก็ทำให้เหล่าฤาษีได้ปรับความเข้าใจกันและเลิกอาฆาตบาดหมางต่อกัน ส่วนฝ่ายพรหมนารีก็ถูกขับไล่ให้พ้นจากพรหมโลกมาอาศัยอยู่ยังภาคพื้นดิน ซึ่งพระอิศวรได้มีพระบัญชาห้ามไม่ให้พรหมโลกมีสตรีเพศอีกต่อไป

พระฤาษีพรหมบุตร

จะกล่าวถึงกุมารหนึ่งนามว่าพรหมบุตร ถือกำเนิดขึ้นจากนางพรหมนารีผู้ตกสวรรค์ เมื่อเจริญวัยขึ้นก็ได้ถามไถ่ ความเป็นมาและเรื่องราวของบิดา มารดาจึงได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดโดยละเอียดว่าบิดาที่แท้จริงก็คือพรหมเมศร์ และบัดนี้มารดาก็ไม่สามารถกลับขึ้นไปอยู่ยังพรหมโลกได้อีกต่อไปตามคำบัญชาของเจ้าแห่งสวรรค์ ฝ่ายพรหมบุตรเมื่อได้ยินได้ฟังเช่นนั้นก็เกิดความสงสารมารดาเป็นที่สุด อีกทั้งเกิดความโกรธแค้นต่อบรรดาฤษีทั้งหลาย

พรหมบุตรได้เก็บตัวเจริญตะบะบารมีอยู่ในเขตป่าหิมพานต์ ด้วยความมุ่งมั่นไม่ลดละเพื่อหวังเจริญตะบะบารมีให้แก่กล้าและมีอิทธิฤทธิ์อยู่เหนือเหล่าฤษีทุกชั้นภูมิ หลังจากการเจริญตะบะอย่างมุ่งมันจนเวลาล่วงเลยยาวนานไปถึงพันปี บารมีที่สะสมไว้ก็ทำให้เกิดบุญฤทธิ มีฤทธิ์อำนาจมาก มีคาถาอาคมอันศักดิ์สิทธิ์ มีภูมิธรรมอยู่ในขั้นสูงที่ไม่มีผู้ใดเทียบได้ ประกอบกับความคับแค้นที่ฝังใจยิ่งทำให้ฤษีพรหมบุตรมีความฮึกเหิม และไม่เกรงกลัวผู้ใด

เมื่อพระฤษีพรหมบุตร มีความเก่งกล้าเป็นหนึ่งในจักรวาลและแดนภิภพแล้ว ก็มีใจกำเริบไปด้วยความคับแค้น จึงเที่ยวออกค้นหาหมู่พระฤษีทั้งหลาย ที่บำเพ็ญตะบะอยู่ในป่าทั้งหมด เมื่อได้พบฤษีตนใดก็ตาม ก็จะดุด่าท้าทายให้ออกมาสู้รบกัน จนกระทั้งเหล่าฤษีพากันหวาดกลัว เพราะไม่มีผู้ใดที่จะสามารถต่อกรกับพระฤษีพรหมบุตรได้ เหล่าฤษีทั้งหลายจึงไม่เป็นอันจะบำเพ็ญตะบะกันได้โดยสงบ

ครั้นเมื่อพระฤษีทั้งหลายพากันหวาดกลัวและหลบซ่อนไม่ยอมพบไม่ยอมเผชิญหน้ากับพระฤษีพรหมบุตร จึงยิ่งทำให้พระฤษีพรหมบุตรเกิดความกำเริบ และคิดว่าตัวเองคงเก่งเกินที่จะมีใครมาต่อกรได้ ประกอบกับความต้องการที่จะแก้แค้นให้กับมารดา และหมายที่จะให้มารดาได้กลับขึ้นไปอยู่บนพรหมโลกดังเดิม เมื่อคิดได้เช่นนั้น พระฤษีพรหมบุตรจึงได้แสดงอิทธิฤทธิ์เหาะขึ้นไปยังพรหมโลก และมุ่งเสาะหาพระฤษีพรหมเมศร์ผู้เป็นบิดา เพื่อที่จะเจรจาต่อรองให้มารดาหรือนาง
พรหมนารีได้กลับขึ้นมาได้ แต่เหตุการณ์ไม่เป็นเช่นนั้น เพราะเมื่อพบกับพระฤษีพรหมเมศร์แล้ว นอกจากจะไม่เป็นไปตามที่ประสงค์ยังได้ถูกขับไล่ให้รีบกลับลงไปจากพรหมโลกอีกด้วย

พระฤาษีพรหมบุตร

เมื่อเป็นเช่นนี้พระฤษีพรหมบุตรผู้ไม่เกรงกลัวใคร ก็เกิดความโกรธจนลืมหูลืมตา ไม่คิดว่าพระฤษีพรหมเมศร์เป็นบิดาอีกต่อไป จึงได้ประกาศท้าทายด้วยถ้วยคำต่างๆนานา ให้พระฤษีพรหมเมศร์มาต่อสู้กับตน

ในที่สุดการต่อสู้ระหว่างพ่อลูกจึงเกิดขึ้นจนได้ แม้พระฤษีพรหมบุตรนั้นมีฤทธิ์เดชที่แทบไม่มีผู้ใดสู้ได้ แต่พระฤษีพรหมเมศร์ก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีฤทธิ์เดชสูงส่งเช่นเดียวกัน การต่อสู้ได้ดำเนินมาอยู่นานก็ไม่ปรากฏผู้แพ้ชนะ สวรรค์ทั้งสวรรค์ก็สั่นสะเทือนราวจะถล่มทลายลงมา เทวดาทั้งหลายก็ได้รับความเดือดร้อนกันถ้วนหน้า สุดฝ่ายเทวดาผู้ใหญ่ก็จำเป็นต้อง มุ่งไปเข้าเฝ้าพระอิศวรและพระนารายณ์เพื่อขอความช่วยเหลือ

เมื่อเรื่องทั้งหมดได้ทราบไปถึงพระอิศวร พระองค์เห็นว่าการต่อสู้ของสองพ่อลูกนี้ทำให้เกิดความเดือนร้อนแก่เหล่าเทวดา จึงได้เสด็จมายังสถานที่ต่อสู้พร้อมด้วยพระนารายณ์ เพื่อหวังยับยั้งการต่อสู้ไม่ให้บานปลายไปมากกว่านี้ เมื่อมาถึงก็ได้ห้ามปรามแล้วจึงถามเหตุผลมูลความ หลังได้ทราบความจริงจากการบรรยายของพระฤษีพรหมเมศร์แล้วก็ยังทรงมีเมตตาต่อพระฤษีพรหมบุตร ได้กล่าวตักเตือนและให้เหตุผลต่างๆ แต่แทนที่พระฤษีพรหมบุตรจะยอมเชื่อฟัง กลับดันทุรังไม่เกรงกลัวต่อพระอิศวรและพระนารายณ์แม้แต่น้อย แถมยังใช้วาจาท้าทาย ให้พระพระอิศวรและนารายณ์ออกมาสู้

เมื่อเป็นเช่นนี้พระอิศวรจึงเกิดความพิโรธขึ้นเป็นทวี และเห็นว่าการเป็นบุตรจะมาต่อสู้ลองฤทธิ์กับผู้เป็นบิดานั้นหาสมควรไม่หากการกล่าวว่าตักเตือนด้วยวิธีอ่อนละมุนไม่เป็นผล จึงสั่งให้พระนารายณ์เข้าปราบ พระนารายณ์จึงได้ขวางจักรขึ้นไปยังเบื้องบน ด้วยอำนาจของจักรพระนารยณ์ได้บังเกิดเป็นแสงสว่างจ้า ทำให้พระฤษีพรหมบุตรไม่สามารถมองเห็นอะไรได้ จักรนารายณ์ก็พุ่งตรงเข้าตัดศีรษะของพระฤษีพรหมบุตรจนขาด แต่ด้วยฤทธิ์บารมีของพระฤษีพรหมบุตรนั้นมีมากนัก แม้หัวจะขาดออกจากกันแต่ก็ไม่ได้ถึงแก่ความตาย องค์พระอิศวรเห็นดังนั้นก็ไม่ประสงค์ให้ฤษีพรหมบุตรใช้อิทธิ์ฤทธิ์ต่อร่างกายกลับไปใหม่ จึงทรงลืมตาที่สามเพ่งเล็งไปยังร่างของพระฤษีพรหมบุตร กระทั่งไฟกรดได้เผาไหม้ร่างของฤษีพรหมบุตรจนกลายเป็นเถ้าธุลีไปในพริบตา

พระฤาษีพรหมบุตร

ความพ่ายแพ้ของพระฤษีพรหมบุตรเป็นการพ่ายแพ้ที่ไม่มีวันหวนกลับคืน บัดนี้ก็มีเพียงแต่หัวเท่านั้นที่ยังคงไม่ตาย เมื่อเหลือแต่หัวพระฤษีพรหมบุตรก็สำนึกถึงความผิดพลาด ยอมรับการอบรมสั่งสอนจากพระนารายณ์และพระอิศวรแต่โดยดี

หลังจากนั้นพระฤษีพรหมบุตรก็คอยปฏิบัติบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ตั้งตนอยู่แต่ความดีมาโดยตลอด

 

รูปร่างหน้าตาของพระฤษีพรหมบุตรและวิธีบูชา

พระฤษีพรหมบุตรท่านที ๔ หน้า ๘ มือ ผิวกายมีสีขาวปนทอง หน้าดุกว่าพระฤษีพรหมเมศร์ แต่เมื่อมีแต่เศียรก็มักจะไม่ค่อยแผลงฤทธิ์เท่าใดนัก หากมีไว้บูชาควรจะอยู่ที่วัดหรือปลูกศาลให้ท่านอยู่ต่างหาก ไม่ควรจะนำเข้าบ้านหรือขึ้นหิ้งบูชาร่วมกับพระฤษีองค์อื่นๆ เพราะในอดีตท่านไม่เป็นมิตรกับใคร แล้วอีกอย่างหนึ่งหากในบ้านของเรามีเด็กๆ ที่ซุกซนก็อย่านำมาบูชาในบ้านเป็นอันขาด เพราะท่านเกลียดเด็ก บางทีอาจจะกลั่นแกล้งหรือทำโทษเด็กก็ได้ ดังนั้นควรจัดหาสถานที่ให้ท่านอยู่ต่างหาก หรือฝากไว้ที่วัดก็ยิ่งดี ถึงเวลาจัดงาน ไหว้ครูก็อัญเชิญท่านมาเข้าพิธีได้ หรือจะใช้ประกอบพิธีในการครอบเศียรให้ศิษย์ก็ได้และก็ดีอีกด้วย เมื่อเสร็จพิธีแล้วก็อัญเชิญท่านกลับไปวัดหรือศาลของท่านโดยเร็วที่สุด