พระฤาษีโคดม

ฤาษีโคดม

ฤาษีโคดมเป็นฤาษีตนสำคัญอีกตนหนึ่งที่ปรากฎอยู่ในตำนาน และมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับการกำเนิดของนางสวาหะ พาลี สุครีพ และหนุมาน ซึ่งล้วนเป็นส่วนสำคัญหลักที่ทำให้พระรามรบชนะยักษ์ทศกัณฑ์

ฤาษีโคดม

ตำนานเกี่ยวกับพระฤาษีโคดม

เดิมทีแล้วฤาษีโคดมนั้น เป็นกษัตริย์ผู้ปกครองเมืองสาเกด ไม่มีโอรสและพระธิดา ท่านเกิดความเบื่อหน่ายในราชสมบัติ จึงตัดสินใจสละทุกสิ่งและออกบวชคลองเพศฤาษีอาศัยอยู่ในป่านั่งจำศีลภาวนาอยู่นานหลายปี จนเส้นผมและหนวดเคลารกรุงรังไม่ต่างจากหญ้ารกชัก
ต่อมามีนกกระจาบสองผัวเมียได้ชักชวนกันทำรังอยู่กินกันบนหนวดเคราของพระฤาษีโคดม และเป็นเช่นนั้นอยู่เนิ่นนาน วันหนึ่งนางนกได้ออกไข่และเฝ้าฟักไข่อยู่ภายในรัง โดยฝ่ายพ่อนกเป็นฝ่ายออกไปหากิน และหลงไปจิกกินเกสรดอกบัวจนเพลิดเพลินลืมเวลา ขณะถึงเวลาเย็นย่ำ พระอาทิตย์ก็คล้อยตก ดอกบัวก็หุบกลีบห่อหุ้มพ่อนกที่ยังคงเพลิดเพลินกับการจิกกันเกสรทำให้ไม่สามารถออกไปได้

ฤาษีโคดม

เมื่อถึงช่วงเช้า ดอกบัวก็บานออก พ่อนกจึงสามารถบินกลับรังของตน เมื่อไปถึง นางนกผู้เป็นเมียก็ต่อว่าด่าทอ หาว่าพ่อนกนอกใจ แอบไปค้างคืนกับนางนกตัวอื่น ฝ่ายพ่อนกพยายามอธิบายแต่ก็หาได้ทำให้นางนกเชื่อ พ่อนกจึงกล่าวเป็นสัตย์สาบานว่า ถ้าตนนอกในหรือไม่ซื่อสัตย์ต่อนางนกแล้วไซร์ ก็ขอให้บาปของฤาษีโคดมมาตกอยู่กับตน

ฝ่ายฤาษีโคดมถึงแม้จะหลับตานั่งนิ่งเหมือนไม่มีชีวิต แต่ก็ยินได้ฟังทุกอย่าง ก็เกิดความสงสัยจึงกล่าวถามนกกระจาบไปว่า “ตัวข้านั้นได้กระทำบาปอันใดไว้หรือ เจ้าจึงจะมารับบาปแทนข้า” พ่อนกจึงตอบกลับมาว่า “ตัวท่านนั้นมีบาปมากเพราะเป็นเจ้าเมืองไม่มีบุตร แล้วหนีออกมาบวช ทำให้ไม่มีทายาทที่จะขึ้นครองเมืองสืบต่อไป”

ฤาษีโคดม

ฤาษีโคดมเมื่อได้ฟังคำนกกล่าวดังนั้นก็เห็นเป็นเหตุเป็นผลตามความจริง จึงตัดสินใจชำระหนวดเคราและเกล้าผม พร้อมก่อกองไฟขึ้น แล้วนั่งบริกรรมคาถาจนครบพันคาบ ทันใดนั้นก็บังเกิดนางขึ้นกลางกองไฟ เป็นหญิงสาวผู้งดงามดังเทพธิดา ฤาษีจึงได้ให้ชื่อว่า “กาลอัจนา”(กาล แปลว่า เวลา, อัจนา แปลว่า การเซ่นสรวงบูชา) ฤาษีโคดมอยู่กินกับนางอัจนาจนมีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคน คือ “สวาหะ”

ในกาลต่อมาฝ่ายพระอินทร์ได้แลเห็นว่า นนทกได้กลับชาติมาเกิดเป็นทศกัณฑ์แล้ว ในไม่ช้าพระนารายณ์ก็จะอวตารมาเกิดเป็นพระราม พระอินทร์จึงคิดที่จะแบ่งภาคมาเกิดเป็นทหารเพื่อคอยให้ความช่วยเหลือพระรามรบกับทศกัณฑ์ เมื่อคิดเช่นนั้นแล้ว ขณะที่ฤาษีโคดมได้หาผลไม้ในป่า พระอินทร์จึงลงมาเกี่ยวพานางกาลอัจนา จนได้นางกาลอัจนาเมีย และในอีกสิบเดือนต่อมา นางกาลอัจนาก็คลอดลูกของพระอินทร์ มีตัวสีเขียว ฤาษีโคดมไม่ทราบเรื่องมาแต่ต้นก็เข้าใจว่าเป็นบุตรของตน

ต่อมาพระอาทิตย์ก็คิดเช่นเดียวกับพระอินทร์ ที่จะแบ่งภาคมาเกิดเป็นทหารเพื่อช่วยเหลือพระรามในกาลข้างหน้า เมื่อสบโอกาสในขณะที่ฤาษีโคดมไปหาผลไม้ในป่า พระอาทิตย์ก็ลงมาเกี้ยวพานางกาลอัจนา และได้นางกาลอัจนาเป็นเมีย ต่อมาอีกสิบเดือนนางกาลอัจนาก็คลอดบุตรชายของพระอาทิตย์ ตัวสีแดงเหมือนพ่อ โดยที่พระฤาษีก็คิดว่าเป็นบุตรของตัวเองเช่นเดิม

ครั้งหนึ่ง ฤาษีพาบุตรทั้งสามไปอาบน้ำเล่นที่ท่าน้ำเพื่อคลายความร้อน โดยมือขวาอุ้มลูกคนเล็ก มือซ้ายจูงลูกสาวคนโต และอีกคนให้ขี่หลัง นางสวาหะผู้เป็นพี่สาวเห็นดังนั้นก็เกิดความน้อยในจึงเดินบ่นไปว่า “พ่อไปหลงรักลูกของคนอื่น ทั้งให้ขี่ทั้งอุ้ม ส่วนลูกของตนกลับให้เดินไป” ฤาษีได้ยินเช่นนั้นก็นึกสงสัยจึงถามนางสวาหะว่า “ทำไมลูกจึงพูดเช่นนั้น ช่วยอธิบายให้พ่อฟังหน่อย” นางสวาหะตอบกลับไปว่า ในขณะที่พ่อออกไปป่า ได้มีชายสองคนมาอยู่กับแม่ในกุฏิ”

ฤาษีโคดมได้ฟังเช่นนั้นก็ต้องการรู้ว่าทั้งสามคนใครคือบุตรที่แท้จริงของตน จึงทำพิธีเสี่ยงทายด้วยการตั้งสัจอธิฐานว่า “ตัวเด็กคนใดเป็นบุตรของตนก็ขอให้ว่ายน้ำกลับมา แต่คนใดไม่ใช่ ก็ขออย่าให้ว่ายน้ำคืนกลับมาได้ และจงเป็นลิงอยู่ในป่า” พออธิฐานเสร็จก็โยนเด็กทั้งสามคนไปกลางน้ำ
ปรากฎว่ามีเพียงนางสวาหะคนเดียวเท่านั้นที่สามารถว่ายน้ำกลับมาได้ ส่วนอีกสองคนได้ว่ายน้ำข้ามฟากและกลายเป็นลิงเข้าป่าไป

ฝ่ายพระอินทร์กับพระอาทิตย์ เห็นว่าลูกของตนถูกสาปให้เป็นลิงก็ต้องอยู่อย่างยากลำบาก จึงนิมิตเมืองให้ปกครองโดยให้ชื่อว่า เมืองขีดขิน โดยมีลูกพระอินทร์ชื่อ พาลี เป็นเจ้าเมือง และลูกพระอาทิตย์ชื่อ สุครีพ เป็นอุปราช พร้อมด้วยพลวานรอยู่ในปกครองเป็นจำนวนมาก

ฤาษีโคดม

กำเนิดหนุมาน

เมื่อฤาษีโคดมกลับมาจากท่าน้ำ ด้วยความโกรธนางกาลอัจนาที่ทรยศคบชู้สู่ชาย จึงได้สาปแช่งนางกาลอัจนา ให้กลายเป็นหินจมอยู่ในมหาสมุทร จะพ้นคำสาปได้ก็ต่อเมื่อ พระนารายณ์อวตารนำเอาแผ่นหินนั้นมาจองถนนข้ามไปกรุงลงกาเพื่อทำศึกกับทศกัณฑ์
ฝ่ายนางกาลอัจนาก็โกรธ นางสวาหะลูกสาวที่นำเรื่องของตนไปฟ้อง จึงสาปให้นางสวาหะ อ้าปากยืนตีนเดียว เหนี่ยวกิ่งไม้ กินลมอยู่ในป่า ต่อเมื่อมีลูกเป็นลิงจึงจะพ้นคำสาป

เมื่อพระอิศวรได้ทราบเรื่องที่นางสวาหะถูกสาปจากผู้เป็นแม่ จึงได้สั่งพระพายเอาอาวุธของตนไปซัดเข้าปากของนางสวาหะ เพื่อให้นางมีลูกเป็นลิง โดยให้คฑาเพชรเป็นสันหลังตลอดหาง ตรีเพชรเป็นตัว มือ เละเท้า ส่วนจักรเพชรเป็นหัว และสั่งให้พระพายดูแลนางสวาหะ ให้ดีและให้อยู่ในฐานะพ่อของวานรในครรภ์ด้วย

หลังจากนางสวาหะได้ตั้งท้องอยู่นานถึงสามสิบเดือนก็ได้กำเนิดบุตรออกมาใน ปีขาล เดือนสาม วันอังคาร โดยกระโดดออกมาจากแม่เป็นลิงเผือกทั้งตัว และตัวโตเท่ากับมีอายุได้ ๑๖ ปี พอออกจากท้องแม่ก็ได้แผลงฤทธิ์ เหาะขึ้นไปในอากาศ เปลี่ยนรูปเป็นสี่หน้าแปดมือ มีกุณฑล (ตุ้มหู) ขนเพชร เขี้ยวแก้ว และหาวเป็นดาวเป็นเดือน พระพายได้ตั้งชื่อลูกตามนามเทวโองการว่า “หนุมาน”

หนุมาน

พระฤาษีโคดมหรืออีกชื่อหนึ่งคือฤาษีโคตะมะ ได้มีความเกี่ยวข้องกับฤาษีตนสำคัญอีกตนหนึ่ง นั่นก็คือฤาษีโคบุตร

พระฤาษีโคบุตร

ฤาษีโคตรบุตรเป็นฤาษีอีกตนหนึ่งที่มีความสำคัญ และปรากฎอยู่ในตำนานรามเกียรต์ ซึ่งเป็นผู้ถอดดวงใจให้ทศกัณฑ์จึงทำให้ไม่มีใครฆ่าทศกัณฑ์ได้ เรื่องราวตำนานของพระฤาษีตนนี้มีความพิศดารน่าสนใจอยู่มาก

ฤาษีโคบุตรเป็นบุตรของฤาษีโคตมะผู้มีฌาณสมาบัติแก่กล้า ซึ่งอยู่ในตระกูบพระฤาษีมาโดยตลอด พระโคบุตรได้ร่ำเรียนวิชาจากผู้เป็นบิดามาตั้งแต่เยาว์วัย สามารถท่องจำวิชาคาถาได้อย่างขึ้นใจและมีฤทธิ์เหาะเหินเดินอากาศได้ตั้งแต่ยังไม่ได้คลองเพศเป็นฤาษี พระโคบุตรได้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้มีเมตตามหาเสน่ห์ยิ่งนัก ไม่ว่าไปในที่ใดก็จะมีสตรีเพศหมายปองหลงไหล ทั้งสาวแก่แม่หม้าย เทวดานางฟ้าหรือผู้ใดก็แล้วที่เป็นสตรีเพศ หากได้พบได้เห็นพระโคบุตรก็จะหลงรักเสนห์หาอาการเดียวกันหมด พระโคบุตรจึงได้ชื่อว่าเป็นผู้มีเมียมากจนแทบนับลำดับนางกันไม่ได้ ครั้นนานเข้าก็มีปัญหาหึงหวงแย่งชิงกันของบรรดาสตรี ทำให้เกิดความวุ่นวายรำคาญแก่พระโคบุตเป็นอย่างมาก นานวันความวุ่นวายก็เพิ่มทวีขึ้นเรื่อยๆ พระโคบุตรจึงคิดว่าหากขืนอยู่ต่อไปเห็นทีคงต้องอับอายเขาเป็นแน่แท้ จึงตัดสินใจหลบหนีเมียทั้งหลายเพื่อตัดปัญหา

ครั้นเมื่อได้หลบหนีมาเพื่อเริ่มชีวิตใหม่ แทนที่ปัญหาเดิมจะหมดสิ้นไปก็หาไม่ เพราะสถานที่ใหม่ก็มีสตรีกลุ่มใหม่ทั้งกลุ่มเข้ามาเกี่ยวข้องผูกพันธ์เช่นเดิม สุดท้ายก็วนเวียนกลับไปสู่วงจรของปัญหาเดิม คราวนี้พระโคบุตรจึงตัดสินใจหนีอีกครั้ง ตั้งใจว่าจะหนีไปอยู่ในป่าเลยที่เดียว
เมื่อเข้าไปอยู่ในป่าแล้ว แทนที่ความวุ่นวายจะหมดไป กลับต้องเจอกับปัญหาใหม่ที่หนักกว่าเดิม เพราะเมื่อชายาของบรรดาฤาษีที่บำเพ็ญตะบะอยู่ในป่าได้มาพบพระโคบุตรเข้า ก็เกิดความลุ่มหลงเสน่หาอีกเช่นเดิม นานเข้าความก็ทราบไปถึงบรรดาฤาษี จึงทำให้เหล่าฤาษีไม่พอใจต่างรวมตัวกันเพื่อที่จะจัดการกับพระโคบุตรให้เด็ดขาดถึงชีวิต

ครั่นเรื่องได้ทราบไปถึงพระฤาษีโคตะมะผู้เป็นบิดา บังเกิดความรุ่มร้อนเกรงจะเกิดภัยกับบุตร จึงได้มุ่งไปยังป่าที่พระฤาษีรวมตัวกันเพื่อเข้าเจรจาระงับเหตุ ฤาษีโคตะมะได้ขอยกเว้นโทษให้บุตรและรับปากว่าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก ด้วยความเกรงใจที่บรรดาฤาษีที่มีต่อฤาษีโคตะมะจึงยินดียกโทษให้ แต่ก่อนที่จะจากไปหนึ่งในบรรดาฤาษี คือ พระฤาษีกรกฎ ได้สาปแช่งพระโคบุตรไว้ว่า “คอยดูนะ ต่อไปหัวกับตัวจะแยกออกคนละทาง”

หลังจากนั้นพระโคบุตรก็ได้บวชเป็นพระฤาษี และตั้งใจปฏิบัติบำเพ็ญตะบะจนมีฌาณสมาบัติแก่กล้า มีฤทธิ์บารมีไม่น้อยไปกว่าผู้เป็นบิดา แล้วจึงขอลาไปบำเพ็ญเพียรต่อในป่าที่มีความสงบในระหว่างเทือกเขาหิมาลัยปันแดนกันในระหว่างเขาไกรลาศและป่าหิมพานต์ ซึ่งเห็นว่ามีความเหมาะสมแก่การปฏิบัติ

จะกล่าวถึงนางเทพธิดาร้อยแปดนางซึ่งเป็นข้าบาทบริจาริกาขององค์พระอิศวร ทุกๆวันจะต้องพากันลงมายังป่าใหญ่ เพื่อเก็บดอกไม้ที่สวยงามขึ้นไปถวายแก่พระอิศวร

ถึงคราวที่จะบังเอิญมีเหตุให้เกิดโทษแก่ฤาษีโคบุตร เมื่อเหล่านางฟ้าเที่ยวเสาะหาดอกไม้จนเลยมาถึงอาศรมของพระฤาษีโคบุตร ซึ่งได้ปลูกดอกไม้ไว้มากมาย กำลังออกดอกชูช่อสวยงาม ในระหว่างนั้นฤาษีได้ออกจากฌาณพอดีและออกมาพบเข้ากับเทพธิดากลุ่มนั้น จึงสอบถามความเป็นมาก็ได้ทราบว่าเหล่านางฟ้าต้องการที่จะเก็บดอกไม้ไปถวายพระอิศวร พระฤาษีก็เกิดความยินดีจึงได้เข้าไปเก็บดอกไม้โดยเลือกเฉพาะดอกที่สวยงามเพื่อมอบให้เทพธิดานำไปถวายพระอิศวรและพระ อุมา

ครั้นแล้วเหล่าเทพธิดาทั้งหมดก็รู้สึกผูกพันธ์ใคร่รักต่อพระฤาษีด้วยเสน่ห์เมตตา บังเกิดเป็นความซาบซึ้งตรึงใจ หลังจากได้ดอกไม้และนำไปถวายแด่องค์เทพแล้ว วันต่อมาเหล่านางฟ้าก็ได้กลับมายังอาศรมของพระฤาษีโคบุตรอีกด้วยความผูกพันธ์ใคร่รัก ในระยะแรกก็เกิดความกระทบกระทั่งกันเล็กๆน้อยๆในหมู่ของนางฟ้าอันเกิดแต่ความหึงหวง แต่พอนานเข้าความบาดหมางวุ่นวายก็เริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย จนในที่สุดความได้ทราบไปถึงพระอิศวรเข้าจนได้

เมื่อพระองค์ทราบต้นชนปลายทั้งหมดก็ได้ทำโทษเทพธิดาทั้งร้อยแปดโดยให้ตกจากสวรรค์แล้วไปสิงสถิตในต้นไม้ใหญ่ตามเมืองมนุษย์ กลายเป็นนางไม้กันหมดทั้งกลุ่ม จากนั้นก็ลงโทษฤาษีโคบุตรในฐานะที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด โดยประกาศิตให้หัวกับร่างกายแยกไปอยู่คนละที่เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก แต่ไม่ให้ตายเพราะยังแลเห็นความดีที่เคยถวายดอกไม้แก่พระอิศรวร หัวของฤาษีโคบุตรยังคงอยูในอาศรมแต่ตัวถูกแยกไปอยู่ในถ้ำแห่งเขากฤษมุก ให้กลายเป็นค้างคาวอยู่ในถ้ำนั้น

อนึ่ง พระฤาษีโคบุตรมีฤทธิ์ในทางเมตตามหาเสน่ห์มาก ทุกวันนี้บรรดาเหล่านักแสดงในบ้านเราก็จะเข้าพิธีครอบเศียรครูกันทุกปีเพื่อความเป็นศิริมงคลและก้าวหน้าในหน้าที่การงานในฐานะนักแสดง

ฤาษีโคบุตร